บลูเบอร์รี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้สีสวยหนึ่งในตระกูลของเบอร์รี่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราหลายอย่าง เนื่องจากผลไม้สีเข้มชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญๆและมีเส้นใยจำนวนมาก โดยปกติแล้ว บลูเบอร์รี่เวลาที่กินสดๆจะมีรสหวาน ผู้คนจึงนิยมกินสดๆหรือนำไปแช่เย็นก่อนแล้วนำมากิน และนอกจากนี้เรายังเห็นว่าหลายคนนำบลูเบอร์รี่มาทำเป็นแยมหรือใส่ลงในอาหารหรือขนมด้วย

ประโยชน์ จากบลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีความหวานอยู่ในตัว ผู้คนส่วนใหญ่จึงนิยมนำไปผสมกับอาหาร ของว่าง หรือเครื่องดื่มเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติ ซึ่งสารอาหารในบลูเบอร์รี่มีประโยชน์ที่สำคัญต่อร่างกาย ได้แก่

  1. ลดการสะสมของไขมัน ลดคอเลสเตอรอล ช่วยลดความอ้วนได้
  2. ลดอาการท้องผูก
  3. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน
  4. ช่วยบำรุงกระดูก เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงได้เป็นอย่างดี
  5. ช่วยสมานแผล ทำให้เลือดหยุดเร็ว และจับตัวกันเป็นก้อนได้ดี
  6. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
  7. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบภายใน
  8. ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
  9. ช่วยลดความดันโลหิต ลดการอุดตันของเส้นเลือด
  10. ลดความเครียดในสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม
  11. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก
  12. ช่วยชะลอความแก่ชรา คงความสวย ช่วยชะลอวัย

บลูเบอร์รี่ กี่แคล

บลูเบอร์รี่ถือเป็นผลไม้ที่มากประโยชน์และให้คุณค่าต่อร่างกายของเราหลายต่อหลายอย่างมาก แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของคนที่ได้รับประทาน เนื่องจากรสชาติหวานอร่อย และถึงจะเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน แต่บลูเบอร์รี่กลับเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่น้อยมาก แถมยังมีเส้นใยสูง โดย บลูเบอร์รี่สด 100 กรัม จะให้พลังงานแค่ 49 กิโลแคลอรี่ เท่านั้น

วิธีรับประทานบลูเบอร์รี่ ให้มีผล ในการลดน้ำหนัก

เนื่องจากบลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่อร่อย ทานง่ายและให้พลังงานต่ำ จึงได้รับความนิยมในการรับประทานเพื่อลดน้ำหนัก โดยอาจจะใส่บลูเบอร์รี่ลงในโยเกิร์ต เพื่อทานในมื้อเย็นแล้วดื่มน้ำตามมากๆจะช่วยให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน สบายท้อง แถมยังช่วยในการขับถ่ายในวันรุ่งขึ้นอีกด้วย

ข้อควรระวังในการกิน บลูเบอร์รี่

ถึงบลูเบอร์รี่จะเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารสูงและช่วยลดน้ำหนักได้ดี ซึ่งหากกินบลูเบอร์รี่แค่พอเหมาะก็แทบจะไม่เกิดโทษหรือมีความเสี่ยงใดๆเลย แต่การกินบลูเบอร์รี่ก็มีข้อที่ควรระมัดระวังโดยเฉพาะคนที่เป็นโรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยโรคตับอ่อน และผู้ที่แพ้เบอร์รี่

บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและลดความอ้วน

เนื่องจากการกินบลูเบอร์รี่จะช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกาย ลดคอเลสเตอรอล และมีเส้นใยสูงช่วยให้อิ่มนานแถมแคลอรี่ต่ำแต่มากด้วยคุณประโยชน์ ยิ่งหากคุณต้องทำงานดึกๆแล้วรู้สึกหิว ลองกินบลูเบอร์รี่กับโยเกิร์ตสักถ้วย ก็จะช่วยให้คุณอิ่มท้องยาวไปถึงวันรุ่งขึ้น แถมยังทำให้สบายท้องและช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย

1

2

Related posts

  1. นมอัลมอนด์ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  2. แตงกวา กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แตงกวา กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  3. ไข่ต้ม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ไข่ต้ม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  4. แอปเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แอปเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  5. อกไก่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    อกไก่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  6. ทุเรียน กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  7. มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  8. แตงโม

    แตงโม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  9. ถั่วเหลือง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ถั่วเหลือง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด