สลัดผัก กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

เชื่อใครใครที่ต้องการลดน้ำหนัก อาหารลดน้ำหนักจานแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงก็คือ สลัดผัก เพราะเชื่อว่าสลัดผักนั้นมีแคลลอรี่น้อย ทำเองได้ง่ายๆ ได้รับสารอาหารจำเป็นหลายอย่างแถมยังทำให้สุขภาพดีและผิวสวย แต่สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยแน่ใจถึงเรื่องของสลัดผัก เราได้รวบรวมข้อมูลเด็ดๆที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก ของอาหารจานสุขภาพอย่างสลัดผักมาฝากค่ะ

ประโยชน์ จาก สลัดผัก

ผักแต่ละชนิดจะมีสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายแตกต่างกันออกไป สลัดผัก จึงเหมือนการนำผักสดในหลายๆชนิดมารวมกันและรวมเป็นอาหารจานหลักของมื้ออาหาร การกินสลัดผักเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและผิวพรรณดูสดใส แต่หากต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการแนะนำให้เพิ่มโปรตีนอย่างอกไก่ ไข่หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมันลงไปด้วย เดี่ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าในสลัดผัก 1 จานนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอย่างไรบ้าง

  1. ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจากสลัดผักมีไฟเบอร์สูงช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยกวาดล้างของเสียสะสมในลำไส้ ป้องกันท้องผูก
  2. ช่วยลดน้ำหนัก เพราะเต็มไปด้วยไฟเบอร์ ย่อยง่ายและอิ่มนานแถมยังแคลอรี่ต่ำ
  3. ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ลดริ้วรอยและชะลอวัย
  4. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงแถมยังดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย
  5. ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  6. ช่วยลดคอเลสเตอรอล

ที่สำคัญสลัดผักจะให้ประโยชน์กับร่างกายหลากหลายและแตกต่างกันออกไปตามชนิดของผักหรือวัตถุดิบที่เราใส่ลงไปในจานสลัดนั้นๆ เช่นถ้าใส่ แครอท ก็จะช่วยบำรุงสายตา เพิ่มลูกเดือย จะช่วยขับเสมหะ และลดไข้ ใส่ถั่วแดง ก็จะช่วยบำรุงหัวใจ ใส่กะหล่ำปรีสีม่วง จะช่วยเร่งการเผาผลาญ ใส่ข้าวโพด จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือด ใส่มะเขือเทศ จะช่วยบำรุงผิวพรรณ เป็นต้น

สลัดผัก กี่แคล

สลัดผักเป็นอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุเยอะมากแถมยังให้พลังงานต่ำ กินจนอิ่มก็ยังให้พลังงานต่ำอยู่ดี เมื่อเทียบกับอาหารบางชนิด โดยสลัดผัก 100 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 85-90 กิโลแคลอรีเท่านั้น แถมยังมีโปรตีน 7.98 กรัม คาร์โบไฮเดรต 1.45 กรัมและไขมัน 4.93 กรัม

วิธีรับประทานสลัดผักให้มีผล การลดน้ำหนัก

ถึงเราจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าการทานสลัดผักนั้นจะช่วยในการลดน้ำหนักเป็นอย่างดีแต่หากอยากให้ได้ผลดีและรวดเร็วที่สุดแถมยังดีต่อสุขภาพมากที่สุดคือ เพิ่มวัตถุดิบอื่นๆลงไปด้วยเพื่อให้เราได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่และที่สำคัญสิ่งที่จะทำให้สลัดผักของเราเป็นสวรรค์หรือนรกสำหรับการลดน้ำหนักจะอยู่ที่น้ำสลัดที่เราใส่ลงไป หากเราเลือกน้ำสลัดที่ไขมันต่ำและใส่น้อยๆสลัดจานนั้นก็เป็นเหมือนสวรรค์ของการลดน้ำหนัก แต่ถ้าเรากลัวไม่อร่อยเลยใส่น้ำสลัดข้นๆใส่เยอะๆแถมเป็นน้ำสลัดที่เพิ่มรสชาติแต่ไขมันและน้ำตาลสูง แบบนั้นสลัดจานนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการกินปกติทั่วไปค่ะ

  1. กิน สลัดผัก ในอาหารทุกมื้อ
    สลัดผักสามารถกินเป็นอาหารจานหลักของแต่ละมื้อก็ได้ หรือจะกินเป็นอาหารว่างก็ได้ทั้งนั้น เพราะช่วยให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน และร่างกายได้รับแคลอรี่ไม่สูงมาก ระบบต่างๆทำงานได้ดี แรกๆอาจจะกินยากหน่อยแต่พอกินนานๆไปก็จะชินไปเองค่ะ
  2. มีประสิทธิภาพมากกินก่อนอาหาร
    สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแต่ว่าในแต่ละวันก็ต้องทำงานที่ต้องใช้พลังงาน ซึ่งหากทานแต่สลัดผักอย่างเดียวอาจทำให้พลังงานระหว่างวันไม่เพียงพอ ดังนั้นแนะนำให้ทานสลัดผักเป็นจานเล็กๆก่อนกินอาหารหลัก อย่างมื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน จากนั้นค่อยทานข้าวตามปกติจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสม
  3. เคี้ยวให้ดี
    การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดนั้นเป็นผลดีต่อร่างกายเราหลายอย่าง ตั้งแต่ลำไส้ทำงานได้ง่ายขึ้น ทำให้เราได้รับอาหารที่พอดี ไม่อิ่มจนเกินไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นจานสลัดหรืออาหารจานไหนๆ แทนที่คุณจะรีบกินให้เสร็จๆไป แต่เปลี่ยนมาเป็นค่อยๆกิน ค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียด นอกจากจะช่วยลดปริมาณการกินที่มากเกินความจำเป็นแล้ว ยังช่วยให้สบายท้องไม่อึดอัดเมื่ออาหารเรียงเม็ดแล้วอีกด้วยค่ะ

สูตรสลัดผักที่แนะนำ

จริงๆสูตรสลัดผักตายตัวนั้นคงจะทำให้เบื่อกันได้ง่ายๆ ดังนั้นทางที่ดีแนะนำให้เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมวัตถุดิบหลายๆชนิด เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช อกไก่ต้ม ทูน่า กุ้งและไข่ต้ม ฯลฯ ที่สำคัญอย่าทานเมนูเดิมๆซ้ำกันบ่อยๆเพราะอาจจะทำให้ขาดสารอาหารบางอย่างไปได้ค่ะ

ข้อควรระวังในการกินสลัดผัก

ถึงเราทุกคนจะรู้ดีว่า สลัดผักนั้นไขมันต่ำ ให้พลังงานต่ำแถมมีสารอาหารหลากหลาย แต่การกินสลัดผักอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่สนใจโภชนาการที่เหมาะสมก็อาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ ซึ่งการกินสลัดผัก มีข้อควรระวังได้แก่

  1. ระวังน้ำสลัดให้ดี เพราะน้ำสลัดบางอย่างเน้นเรื่องรสชาติไม่เน้นแคลอรี่ บางคนเลือกเอาที่น้ำสลัดอร่อยๆหวานๆมันๆ แถมใส่เยอะอีกต่างหาก นั่นแหละตัวการอ้วนอย่างดีเลยล่ะ
  2. ผักหรือผลไม้บางชนิดอาจมีสารปนเปื้อนจากสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง หากล้างผักไม่สะอาด อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
  3. หากเลือกซื้อสลัดผักแบบสำเร็จที่ทำใส่ถุงเอาไว้ ควรเลือกที่สดใหม่หรือกำลังใส่ใหม่ยิ่งดี เพราะสลัดผักที่ใส่ไว้ในถุงนานๆจะทำให้มีน้ำขุ่นๆที่ก้นถุง ซึ่งนั่นอาจเป็นแหล่งเพราะเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงได้
  4. เวลาจะเติมวัตถุดิบอื่นๆลงไปในสลัด อย่าลืมดูเรื่องของแป้งหรือน้ำตาลแฝงด้วย

สลัดผักเป็นจานเด็ดสำหรับการลดน้ำหนัก

การทานสลัดผักเป็นของว่างหรือทานในมื้อเย็นจะช่วยให้เราไม่เบื่อการกินสลัดผักมากเกินไป แต่หากอยากลดน้ำหนักให้ไวขั้น ก็ลองเพิ่มสลัดผักในทุกมื้อของอาหารและพยายามทานก่อนที่จะทานอาหารหลักจะช่วยลดปริมาณการกินอาหารลงได้ แต่ให้ระวังน้ำสลัดหรือน้ำตาลแฝงของวัตถุดิบที่ใส่ลงไปด้วย ที่สำคัญตอนซื้อผักมาทำสลัดอย่าลืมเลือกผักสดและล้างให้สะอาดก่อนเสมอ เพื่อให้ได้รับประโยชน์กับจานสลัดผักให้มากที่สุดนะคะ

1

2

Related posts

  1. ข้าวกล้อง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  2. มะม่วง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  3. ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  4. กล้วยหอม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  5. บลูเบอร์รี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    บลูเบอร์รี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  6. น้ำเชื่อมเมเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    น้ำเชื่อมเมเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  7. ไข่ต้ม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ไข่ต้ม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  8. แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  9. กระเทียม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด