ข้าวบาเลย์ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

ข้าวบาเลย์ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

ข้าวบาร์เลย์เป็นธัญพืชที่อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย มีไฟเบอร์ โปรตีน และวิตามินบีสูง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคได้ แถมยังสามารถดัดแปลงเป็นเมนูอื่นๆได้ เช่น ซีเรียลร้อน ซุปและสตูว์ หรือเป็นกับข้าว ที่สำคัญข้าวบาร์เลย์มีแคลอรีต่ำทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพสำหรับผู้ที่กำลังพยายามลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ ข้าวบาร์เลย์ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกหลากหลายและเราจะมาบอกกันในวันนี้ค่ะ

ประโยชน์ จากข้าวบาเลย์

การรับประทานข้าวบาร์เลย์มีประโยชน์มากมาย ได้แก่

  1. ข้าวบาร์เลย์เป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำเหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนัก แถมยังช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง
  2. ไฟเบอร์สามารถช่วยให้คุณเป็นปกติ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคอ้วนและเบาหวานชนิดที่ 2 ไฟเบอร์ก็มีความสำคัญต่อลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น
  3. ช่วยบำรุงสมอง ทำให้สมองสดชื่น ความจำดี เสริมสร้างระบบประสาทและการเรียนรู้
  4. ลดการอักเสบของไขข้อ ช่วยฟื้นฟูส่วนต่างๆของอร่างกาย
  5. ช่วยบำรุงหัวใจ ชะลอความแก่ และลดริ้วรอย

ข้าวบาเลย์ กี่แคล

ข้าวบาร์เลย์เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซีลีเนียม และแมกนีเซียม เรียกว่าเป็นธัญพืชที่ดีต่อร่างกาย ข้าวบาร์เลย์ปรุงสุก 1 ถ้วยให้พลังงานเพียง 155 แคลอรี มีโปรตีน 7 กรัม และไฟเบอร์ 3 กรัม ข้าวบาเลย์ 1 ถ้วยในมื้ออาหารจะช่วยทำให้คุณอิ่มท้องนาน

วิธีรับประทานข้าวบาเลย์ให้มีผล การลดน้ำหนัก
ข้าวบาร์เลย์เป็นอาหารลดน้ำหนักที่ดีมากๆอีกอย่างหนึ่ง เพราะมีแคลอรีต่ำและมีเส้นใยสูง นอกจากนี้ข้าวบาร์เลย์ยังเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุ ในการลดน้ำหนักด้วยข้าวบาร์เลย์ ไม่ได้ยากเลย เพียงแค่คุณเพิ่มข้าวบาเลย์ไว้ในอาหารของคุณแทนอาหารแคลอรีสูงอื่นๆ หรือลองเพิ่มข้าวบาร์เลย์ที่ปรุงแล้วลงในซุปและสตูว์ รวมไปถึงใส่ลงในเครื่องดื่ม สลัด ก็จะช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น ลดความอยากกินอาหารจุบจิบลง

ข้อควรระวังในการกินข้าวบาร์เลย์

ถึงแม้ว่าข้าวบาร์เลย์เป็นธัญพืชที่มีแคลอรีต่ำและมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งที่ดีของวิตามินบี ไนอาซิน และวิตามินบี 6 ข้าวบาร์เลย์สามารถรับประทานได้หลายวิธี แต่ก็มีบางเรื่องที่ควรระวังเพื่อประโยชน์อันสูงสุด ได้แก่

  1. อย่าลืมปรุงให้สุกเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ เพราะข้าวบาร์เลย์ดิบอาจมีสารพิษที่เป็นอันตรายอันต่อร่างกาย
  2. ผู้ที่เป็นโรคแพ้กลูเตนควรหลีกเลี่ยงการรับประทานข้าวบาเลย์ เพราะอาจจะทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้นได้
  3. หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เพราะอาจมีผลกระทบต่อทารกได้

ข้าวบาร์เลย์มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก แต่อาจต้องระมัดระวังในการรับประทาน

ข้าวบาร์เลย์มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากแถมยังเป็นอาหารที่ช่วยลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักได้อย่างดี แต่อาจต้องระมัดระวังสำหรับผู้ป่วยบางประเภท เช่น คนที่แพ้กลูเตน แพ้ธัญพืช คนที่กำลังตั้งครรภ์หรือมารดาที่กำลังให้นมบุตร รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาต่างๆ ควรศึกษาข้อมูลหรือขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อน ที่สำคัญอย่าลืมปรุงข้าวบาเลย์ให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง และรับประทานแต่พอดี

Related posts

  1. น้ำผึ้ง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    น้ำผึ้ง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  2. สตรอว์เบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    สตรอว์เบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  3. นมถั่วเหลือง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    นมถั่วเหลือง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  4. มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  5. มัลเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    มัลเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  6. ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  7. ชินนาม่อน กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ชินนาม่อน กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  8. แตงกวา กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แตงกวา กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  9. แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด