ขนมจีน กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

ขนมจีนอาหระประเภทเส้นยอดฮิตที่อยู่คู่กับครัวของชาวไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ ขนมจีนจะทำมาจากแป้งข้าวจ้าวกับน้ำผ่านกระบวนการทำให้เป็นเส้น นิยมนำมารับประทานเป็นขนมจีนน้ำยา ขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือนำไปดัดแปลงเป็นเมนูต่างๆได้อย่างมากมาย ขนมจีนเป็นเมนูเส้นที่หาได้ง่าย ราคาถูกและอร่อยเชื่อว่าแค่เอ่ยชื่อขนมจีนคงทำหลายคนน้ำลายสอกันเลยทีเดียว

ประโยชน์ จาก ขนมจีน

ขนมจีนในท้องตลาดบ้านเราส่วนใหญ่จะมีให้เห็น 3 ชนิดด้วยกัน คือ ขนมจีนแป้งสด ขนมจีนแป้งหมัก และขนมจีนอบแห้ง

ขนมจีนแป้งสดจะทำจากแป้งข้าวจ้าวและแป้งมันสำปะหลังเล็กน้อยผสมน้ำให้เข้ากันแล้วนำไปนึ่งพอข้างนอกสุกแต่บ้างในยังไม่สุกก็ตักออกแล้วนำไปนวดและผสมน้ำพอเหลว เทลงพิมพ์ทำขนมจีน และตั้งน้ำเดือดกดพิมพ์ให้ได้เส้นขนมจีนเมื่อสุกก็นำมารับประทานได้เลย ขนมจีนแป้งสดจะไม่มีกลิ่นหรือรสเปรี้ยว แต่เส้นจะขาดง่ายไม่เหนียวหนึบหนับเหมือนแป้งหมัก

ขนมจีนแป้งหมักจะทำจากข้าวจ้าวมาแช่น้ำสัก 2 ชั่วโมงแล้วเทน้ำทิ้งจากนั้นหมักข้าวทิ้งไว้ประมาณสองวัน แล้วนำข้าวนั้นมาโม่ กรองน้ำออกแล้วนำแป้งที่ได้ไปนึ่งและทำเส้นขนมจีน โดยขนมจีนแป้งหมักจะมีรสชาติออกเปรี้ยวๆนิดหน่อย มีกลิ่นเปรี้ยวแต่เส้นเหนียวนุ่มและเก็บได้นานกว่า

ส่วนขนมจีนอบแห้งก็จะเป็นขนมจีนแป้งหมักนำมาอบให้แห้งเพื่อให้เก็บได้นานมากยิ่งขึ้น แต่ราคาจะสูงกว่าขนมจีนแป้งสดและแป้งหมัก

โดยทั่วไปแล้วขนมจีนนอกจากจะให้ความอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเราหลายอย่าง ได้แก่

  1. มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขับถ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้น
  2. มีพลังงานต่ำ ทานอร่อย ถูกใจคนที่ต้องการลดน้ำหนัก
  3. ประกอบอาหารได้หลากหลาย ทำให้ไม่ซ้ำซากจำเจ
  4. ช่วยให้อิ่มท้อง ลดความอยากอาหาร หรือคลายความหิวลงได้

ขนมจีน กี่แคล

ขนมจีนเป็นอาหารประเภทเส้นชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัย สามารถดัดแปลงเป็นเมนูอร่อยๆได้หลากหลายแถมยังให้พลังงานต่ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก ซึ่ง ขนมจีน 100 กรัม จะให้พลังงานที่ 90 กิโลแคลอรี่ เท่านั้น

วิธีรับประทานขนมจีน ให้มีผล การลดน้ำหนัก

ขนมจีนทำมาจากแป้งและน้ำผ่านกรรมวิธีแต่ก็มีแคลอรี่ต่ำ จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก การจะทานขนมจีนให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับคนลดน้ำหนักแล้ว แนะนำให้นำไปปรับเป็นขนมจีนน้ำยาป่า หรือทำเมี่ยงปลาทู เพิ่มผัก และ โปรตีนเข้าไปเยอะๆจะช่วยให้อิ่มท้องได้นานยิ่งขึ้นและช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ แต่การรับประทานขนมจีนเพื่อการลดน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงการนำไปผัด หรือนำไปปรุงที่ใส่เครื่องปรุงเยอะเกินไปซึ่งอาจจะทำให้เกิดการบวมน้ำขึ้นได้ ที่สำคัญขนมจีนน้ำยากะทิก็ควรหลีกเลี่ยงในช่วงลดน้ำหนักหรือถ้าอยากทานจริงๆก็ให้ลดของหวาน ขนม หรือเครื่องดื่มหวานๆในมื้อนั้นๆลง

ข้อควรระวังในการกิน ขนมจีน

ถึงแม้ว่าขนมจีนจะอร่อยและให้พลังงานต่ำ แต่บางครั้งก็มีข้อควรระวังหลายอย่าง ได้แก่

  1. กรรมวิธีการผลิตและการเก็บรักษาขนมจีนที่ไม่สะอาด อาจทำให้ท้องเสียและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
  2. ขนมจีนบางเจ้าอาจมีสารปนเปื้อนอย่างสารกันบูดที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้
  3. ขนมจีนให้พลังงานต่ำ ช่วยให้อิ่มท้องตอนที่กิน แต่ไม่ได้ทำให้อยู่ท้องนาน อาจทำให้หิวบ่อยขึ้น เวลากินขนมจีนในหนึ่งมื้อสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก จึงควรเพิ่มผัก ผลไม้ หรือโปรตีนให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดความหิวโดยไม่จำเป็น
  4. ขนมจีนแป้งสดอาจปลอดภัยถ้ารับประทานตอนทำเสร็จใหม่ๆ แต่ถ้าข้ามวันไปแล้วไม่แนะนำให้นำมาทานอย่างเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อราหรือสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ขนมจีนให้พลังงานต่ำเหมาะกับคนลดน้ำหนัก แต่ควรเพิ่มผักผลไม้หรือโปรตีนให้ถึงด้วย

ถึงแม้ว่าขนมจีนจะให้พลังงานต่ำ แต่ก็ไม่ค่อยอยู่ท้อง หากสารอาหารไม่ครอบอาจจะทำให้หิวบ่อยและตบะแตกเอาได้ง่ายๆสำหรับคนที่ต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนักอยู่ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงกะทิหรือเครื่องปรุงรสจัดต่างๆ หากอยากทานให้ทานแต่น้อย อาหารทุกอย่างตอนลดน้ำหนักสามารถกินได้ แค่เราต้องรู้และกะปริมาณการกินให้เหมาะสมก็จะได้ประโยชน์ กลับกันอาหารที่ดีและเหมาะสำหรับลดน้ำหนักมากเท่าไร แต่หากเรากินมากเกินไปก็จะส่งผลเสียอยู่ดี ดังนั้นทางที่ดี ควรกินให้พอเหมาะ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยให้การลดน้ำหนักนั้นไม่เคร่งเครียดจนเกินไปค่ะ

1

2

Related posts

  1. สับปะรด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    สับปะรด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  2. แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  3. นมถั่วเหลือง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    นมถั่วเหลือง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  4. สตรอว์เบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    สตรอว์เบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  5. ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  6. อกไก่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    อกไก่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  7. บลูเบอร์รี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    บลูเบอร์รี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  8. แตงโม

    แตงโม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  9. น้ำผึ้ง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    น้ำผึ้ง กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด