กีวี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

กีวี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

กีวีเป็นผลไม้ที่มีกลินและรสชาติเฉพาะตัว หากยังไม่ค่อยสุกจะมีรสเปรี้ยวมีกลิ่นหอม แต่หากสุกแล้วจะหวานอมเปี้ยว กีวีเป็นผลไม้ที่เวลากินจะให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ดื่มกาแฟเพราะกลิ่นเฉพาะตัวจะขึ้นจมูกและหอมมากแถมกีวียังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายๆอย่าง จึงทำให้ เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมถึงแม้ว่าราคาต่อลูกค่อนข้างจะสูงก็ตาม นอกจากนี้ กีวีเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับส้มแล้วพบว่ากีวี 1 ลูกมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 1ลูกถึง 74% แค่เรารับประทานกีวีวันละ 2ลูกก็เพียงพอสำหรับวิตามินซีที่ร่างกายต้องการแถมยังช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ประโยชน์ จาก กีวี

กีวีเป็นผลไม้มากคุณค่า กีวีแค่ผลเล็กๆนั้นมีประโยชน์หลายด้านมากๆ เช่น

  1. ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย
  2. ป้องกันไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่อันเป็นสาเหตุของโรคต่างๆที่จะตามมา
  3. กระตุ้นการทำงานของเซลล์และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย
  4. ชะลอความแก่ ต่อต้านริ้วรอย ลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ
  5. ทำให้ผิวสวยเปล่งปลั่งเลือดลมไหลเวียนดี มีเลือดฝาด ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่หยาบกร้าน
  6. ช่วยในระบบย่อยอาหาร ช่วยล้างสารพิษในลำไส้
  7. ช่วยให้อิ่มท้อง อิ่มเร็วและอิ่มนาน จึงช่วยลดน้ำหนักได้ดี
  8. ป้องกันโรคสมองเสื่อม ป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจวาย หรือโรคมะเร็ง
  9. ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
  10. ช่วยทำให้เกิดความผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับง่าย ดีสำหรับคนที่นอนไม่หลับหรือนอนหลับยาก

กีวี กี่แคล

กีวีเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมารับประทานในช่วงที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือคนที่ต้องการให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดี โดย กีวี 100 กรัม จะให้พลังงานที่ 53 กิโลแคลอรี่ เท่านั้น เรียกได้ว่าถึงจะกินกินน้อยแต่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

วิธีรับประทานกีวี ให้มีผล การลดน้ำหนัก

กีวีเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก แถมยังมีไฟเบอร์และมีแคลอรี่ต่ำแต่มีประโยชน์มากมาย การรับประทานกีวี 2 ผลต่อวันจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดี ยิ่งหากคุณกำลังลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักอยู่ การรับประทานกีวีพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารจะช่วยลดไขมันส่วนเกินจากมื้ออาหารมื้อนั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนที่คุณกำลังลดน้ำหนักแต่ต้องไปงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ต่างๆ ตอนที่ทานอาหารจึงควรทานกีวีเข้าไปด้วยค่ะ

ข้อควรระวังในการกิน กีวี

กีวีถึงจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย แต่การรับประทานกีวีก็มีข้อควรระวังเพื่อสุขภาพที่ดี ได้แก่

  1. หญิงมีครรภ์หรือหญิงให้นมบุตรไม่ควรรับประทานกีวีมากเกินไป หากต้องการรับประทานควรรับประทานแต่น้อยโดยไม่ทานตอนท้องว่าง แต่ควรทานหลังอาหาร
  2. คนที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือผู้ป่วยที่มีบาดแผลอาจต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานกีวีไปก่อน เพราะกีวีจะไปชะลอการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เลือดไหลเยอะขึ้นได้
  3. คนที่มีอาการแพ้ผลไม้ พืชหรือเครื่องเทศ เช่น อะโวคาโด มะเดื่อ เมล็ดงา ข้าวสาลี หรือเฮเซลนัทควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกีวี

กีวีมีประโยชน์รอบด้านทั้งความงาม ผิวพรรณ สุขภาพและการลดน้ำหนัก

การรับประทานกีวีวันละ 2 ผล ติดต่อกัน 30 วัน คุณจะพบว่าสุขภาพดีขั้น ผิวพรรณสดใสและน้ำหนักลดลงได้อย่างไม่โทรมหรือไม่แห้งเหี่ยวแต่อย่างใด เนื่องจากกีวีมีแคลอรี่ค่อนข้างต่ำแถมยังเป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นเยี่ยม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังอยากลดน้ำหนักแต่ยังอยากทานอะไรหวานๆอร่อยๆกีวีจึงเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

1

2

Related posts

  1. อกไก่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    อกไก่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  2. แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แบล็กเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  3. แตงกวา กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แตงกวา กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  4. ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  5. แอปเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แอปเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  6. น้ำเชื่อมเมเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    น้ำเชื่อมเมเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  7. มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  8. นมอัลมอนด์ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  9. แตงโม

    แตงโม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด