ข้าวจ้าว กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

ข้าวจ้าวเป็นข้าวชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทยและหลายๆประเทศ ข้าวจ้าวจะเป็นลักษณะเม็ดเรียวยาว สีขาวใส มักจะนิยมนำมาหุงรับประทานกับอาหารหรือกับข้าวต่างๆ ข้าวจ้าวเมื่อหุงเสร็จแล้วจะเรียกว่าข้าวสวย ลักษณะเม็ดจะร่วน นุ่ม บางชนิดจะมีกลิ่นหอม ปัจจุบันคนไทยเรารับประทานข้าวจ้าวทุกๆวันเพื่อความอิ่มท้องเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ ข้าวในที่นิยมบริโภคในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธ์ก็จะมีความหอม และรสสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักข้าวจ้าว ข้าวที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้างเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อรูปร่างและสุขภาพของเราค่ะ

ประโยชน์ จาก ข้าวจ้าว

ถึงข้าวจ้าวจะเป็นข้าวขาวหรือข้าวที่ผ่านการขัดสีมาแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้ประโยชน์ของข้าวลดลงไปมาก แต่ก็ถือได้ว่าข้าวจ้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยเรา การรับประทานข้าวจ้าวนอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องหรือให้พลังงานกับร่างกายเพื่อดำรงชีวิตต่อแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบหรือยังทราบไม่หมด ได้แก่

  1. ต้านการอักเสบ ทำให้สุขภาพดี
  2. บำรุงระบบประสาท
  3. ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในสมอง
  4. มีเส้นใย ดีต่อระบบขับถ่าย ป้องกันท้องผูก
  5. บำรุงลำไส้ ช่วยให้ลำไส้แข็งแรง
  6. ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
  7. ป้องกันโรคเหน็บชาและโรคปากนกกระจอก

ข้าวจ้าว กี่แคล

ข้าวจ้าว ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมบริโภคข้าวจ้าวเมล็ดสีขาวใส ที่ถึงแม้ว่าประโยชน์หรือวิตามินต่างๆของข้าวจะถูกขัดออกไป แต่ก็ทำให้รสสัมผัสนุ่มและรับประทานง่ายกว่าข้าวกล้องหรือข้าวไม่ขัดสี โดยปกติแล้ว ข้าวจ้าวสีขาวดิบหรือข้าวที่ยังไม่ได้หุง 100 กรัม จะให้พลังงานที่ 360 กิโลแคลอรี่ แต่ถ้านำไปหุงจนสุกแล้ว 100 กรัมจะให้พลังงานที่ 130 กิโลแคลอรี่

วิธีรับประทานข้าวจ้าว ให้มีผล การลดน้ำหนัก

ข้าวจ้าวหากเป็นข้าวสีขาวที่นิยมรับประทานทั่วไป จะเป็นข้าวที่ผ่านการขัดสีแล้วซึ่งกระบวนการนี้ต้องกำจัดเยื่อหุ้มของข้าวที่มีสีๆออกไปเพื่อให้ได้ข้าวที่มีสีขาวใส ซึ่งกระบวนการขัดสีนี่แหละที่กำจัดประโยชน์ สารอาหาร แร่ธาตุและวิตามินของข้าวไปมากกว่า 70-75% การจะรับประทานข้าวจ้าวเพื่อให้มีผลในการลดน้ำหนัก ควรจะเปลี่ยนมาเป็นข้าวจ้าวแบบไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวหอมนิล ไรซ์เบอรี่ หรือข้าวแดงๆจะช่วยให้อิ่มนานและลดความอยากอาหารลง แต่ถ้าหากไม่ชอบข้าวที่ไม่ขัดสี แนะนำให้ทานข้าวไม่เกิน 1-2 ทัพพี จากนั้นรับประทานกับข้าวที่เน้นโปรตีน ผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงขนมหรือของหวาน น้ำอัดลมและแอลกอฮอล์ พยายามลดการกินจุบกินจิบระหว่างวัน หากหิวให้ดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี่ก็จะช่วยลดน้ำหนักลงได้

ข้อควรระวังในการกิน ข้าวจ้าว

ข้าวจ้าวสีขาวๆเมื่อนำมาหุงแล้วจะนุ่ม หอมรับประทานง่ายกว่าข้าวกล้องหรือข้าวที่ยังไม่ขัดสร การรับประทานข้าวจ้าว จึงทานง่ายและอร่อยกว่า แต่ด้วยความที่ว่า ข้าวจ้าวสีขาว เป็นข้าวที่ผ่านการขัดสีมาแล้ว ทำให้วิตามิน และสารอาหารที่จำเป็นต่างๆถูกขัดออกไปด้วย สิ่งที่เหลืออยู่ในข้าวจ้าวจึงมีแค่คาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานและวิตามินแร่ธาตุอีกแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้น การรับประทานข้าวจ้าวสีขาวในปริมาณมากๆหรือรับประทานโดยที่ไม่เพิ่มอาหารอื่นๆที่หลากหลายอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายเราได้ ซึ่งมีโรคหลายชนิดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อรับประทานข้าวจ้าวหรือข้าวขาว ได้แก่

  1. โรคเหน็บชา
  2. โรคปากนกกระจอก
  3. โรคดลหิตจาง
  4. โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  5. โรคท้องผูก
  6. โรคปลายประสาทอักเสบ หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท
  7. อารมณ์เสียหรือหงุดหงิดง่าย
  8. เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ
  9. ผิวหนังซีด หรือเป็นโรคผิวหนังบางชนิด
  10. รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว ชาบริเวณแขนขา หรือปลายนิ้ว
  11. อาจเกิดโรคอ้วนได้

ข้าวจ้าวทานอร่อยและให้พลังงาน แต่จะดีมากกว่าหากเลือกรับประทานข้าวจ้าวที่ไม่ขัดสี

ถึงแม้ว่าข้าวจ้าวหรือข้าวขาวจะได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทานอร่อย ทานง่าย นุ่มและหอม แต่การรับประทานมากๆและรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาจส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารและเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆได้ สำหรับคนรักสุขภาพหรือคนที่ต้องการลดน้ำหนัก แนะนำให้เปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องหรือข้าวที่ยังไม่ขัดสีแทน หรือค่อยๆสลับวันกันรับประทานบ้างก็ยังดี ที่สำคัญหากไม่ชอบข้าวกล้องหรือข้าวที่ไม่ขัดสี ก็ควรเพิ่มอาหาร ที่มีประโยชน์เช่นโปรตีน ผัก และผลไม้เข้าไปด้วย

1

2

Related posts

  1. มัลเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    มัลเบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  2. ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ข้าวโพด กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  3. สตรอว์เบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    สตรอว์เบอร์รี กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  4. กีวี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    กีวี่ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  5. มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    มะม่วงหิมพานต์กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  6. กระเทียม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  7. แอปเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    แอปเปิ้ล กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  8. ไข่ต้ม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

    ไข่ต้ม กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

  9. นมอัลมอนด์ กี่แคล กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด